สถานที่น่าสนใจ อำเภอเมืองเชียงใหม่ *-เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวในอำเมือง เชียงใหม่

chiangMai

ชุมชนวัดเกตุ เป็นชุมชนโบราณที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำปิงด้านตะวันออก เกิด จากชนหลายเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็นชาวจีน ชาวฝรั่ง และชาวพื้นเมือง สถานที่ ที่รวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของชุมชนนี้อยู่ที่ พิพิธภัณฑ์วัดเกตุ ตั้งอยู่ที่วัดเกตุการาม ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงสมบัติเดิมของวัด เช่น ช่อฟ้า ใบระกาซึ่งเป็นไม้แกะสลักจากโบสถ์เดิม ถ้วยชามฝาจีบ เป็นต้น พิพิธภัณฑ์ฯ เปิดทุกวัน เวลา 18.00-16.00 น.

วัดพวกหงษ์ ถนนสามล้าน (ในซอยตรงข้ามซอยสามล้าน 7) ตำบล พระสิงห์ สิ่งที่น่าสนใจ คือ วัดนี้มีเจดีย์โบราณซึ่งพบว่ามีเพียงสามวัดใน เชียงใหม่ คือ วัดพวกหงษ์ วัดร่ำเปิง และวัดเจดีย์ปล่อง มีลักษณะเป็นทรง กลม ก่ออิฐถือปูนฐานเป็นสี่เหลี่ยมหนึ่งชั้น เหนือขึ้นไปเป็นฐานทรงกลม สามชั้น และมีองค์เจดีย์เป็นทรงกลมซ้อนกัน 7 ชั้นจากใหญ่ไปหาเล็ก โดย รอบเป็นซุ้มพระพุทธรูปรวม 52 ซุ้ม นอกจากนี้ที่วัดยังเก็บรักษาคัมภีร์ธรรม เก่าแก่เกี่ยวกับความเชื่อเรื่องผี และมูลศาสนา

วัดปราสาท ถนนอินทวโรรส ซอย 3 ใกล้กับวัดพระสิงห์ จากวัดพระสิงห์ สามารถเดินไปได้ใช้เวลา 10 นาที จุดเด่น คือ วิหารซึ่งมีลักษณะ สถาปัตยกรรมแบบล้านนาดั้งเดิม ที่หน้าบันวิหารมีลวดลายปูนปั้นประดับ กระจกสี และไม้แกะสลักรูปสิงห์ฝีมือประณีต ซุ้มปราสาทที่ประดิษฐาน พระประธานเป็นศิลปะล้านนาโบราณที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่แห่ง

วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร หรือ วัดโชติการาม 103 ถนนพระปกเกล้า ตำบล พระสิงห์ ประดิษฐานเจดีย์ใหญ่ที่สุด สร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าแสนเมือง มากษัตริย์องค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย (พ.ศ.1913-1954) และอัญเชิญ พระแก้วมรกตมาประดิษฐานระหว่าง พ.ศ. 2011-2091 นานถึง 80 ปี หน้าประตูทางเข้าวิหาร มีบันไดนาคเลื้อยงดงามยิ่ง นาคคู่นี้เป็นฝีมือเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่เดิมได้ชื่อว่าเป็นนาคที่สวยที่สุดของภาคเหนือ และในวัด เจดีย์หลวงนี้ยังมี เสาอินทขิล หรือ เสาหลักเมือง ประดิษฐานอยู่ในวิหาร จตุรมุขทรงไทยหลังเล็กๆ เสาอินทขิลนี้สร้างด้วยไม้ซุงต้นใหญ่ ฝังอยู่ใต้ดิน ทุกปีในวันแรม 12 ค่ำเดือน 8 (เหนือ) หรือประมาณเดือนพฤษภาคมจะ มีงานเรียกว่า เข้าอินทขิล เป็นการฉลองหลักเมือง โทร. 089-999-9380

วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ถนนสามล้าน ตำบลพระสิงห์ พญาผายูกษัตริย์ องค์ที่ 5 ในราชวงศ์มังรายโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดนี้ขึ้น ใน พ.ศ. 1888 เพื่อใช้เป็นที่บรรจุอัฐิของพญาคำฟู พระราชบิดา มีพระพุทธรูปที่สำคัญอยู่ องค์หนึ่งคือพระพุทธสิหิงค์เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขัดสมาธิเพชร เมื่อ ถึงเทศกาลสงกรานต์ชาวเมืองจะอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้แห่ไปตามถนน รอบเมืองเพื่อให้ประชาชนสรงน้ำ วัดนี้ประดิษฐานพระธาตุประจำปีนักษัตร มะโรง โทร.053-275-139, 053-273-703

วัดพันเตา ถนนพระปกเกล้า ติดกับวัดเจดีย์หลวง วิหารเดิมเป็นหอคำหรือ ท้องพระโรงหน้าของพระเจ้ามโหตรประเทศ เป็นอาคารเครื่องไม้แบบพื้น เมือง ซุ้มประตูประดับไม้แกะสลักรูปนกยูงอันเป็นสัญลักษณ์ของเจ้านาย ฝ่ายเหนือซึ่งมองดูวิจิตรและสง่างาม คุ้มเจ้าบุรีรัตน์(มหาอินทร์) ถนนพระปกเกล้า ด้านที่ตัดกับถนนราชดำเนิน ตำบลศรีภูมิ เจ้าบุรีรัตน์เป็นตำแหน่งทางราชการ คุ้มเจ้าบุรีรัตน์คาดว่าสร้าง ขึ้นระหว่าง พ.ศ. ๒๔๓๒-๒๔๓๖ ปัจจุบันเป็นของตระกูลกิติบุตรและทิพย์ มณฑล ซึ่งมอบให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จัดตั้งเป็นศูนย์สถาปัตยกรรมล้าน นา รูปแบบทางสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างลักษณะพื้นถิ่นและตะวัน ตก นับเป็นแบบอย่างของสถาปัตยกรรมอิทธิพลตะวันตกที่สร้างในเชียงใหม่ ยุคแรก เปิดให้ชมวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-17.30 น. สอบถามข้อมูล โทร. 053-277-855

วัดกู่เต้า ตำบลศรีภูมิ ติดกับสนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ วัดนี้เดิมชื่อ ว่า วัดเวฬุวนาราม มีเจดีย์ที่มีลักษณะแปลกไปกว่าเจดีย์อื่น ๆในเมืองไทย คือคล้ายกับผลแตงโมวางซ้อนกันอยู่หลายลูก ชาวบ้านจึงเรียกว่า เจดีย์ กู่เต้า วัดนี้ไม่มีประวัติแจ้งไว้แน่ชัดว่าสร้างขึ้นในสมัยใด แต่มีตำนานเล่าว่า เจดีย์กู่เต้านี้เป็นที่บรรจุอัฐิของเจ้าฟ้าสารวดี ราชโอรสของพระเจ้าบุเรงนอง ซึ่งมาครองเมืองเชียงใหม่ระหว่าง พ.ศ.2122-2150

วัดอุปคุต ตั้งอยู่ถนนท่าแพ ด้านสะพานนวรัฐ ลงจากสะพานผ่านสี่แยกมา ประมาณ 10 เมตร จะพบวัดอยู่ทางด้านซ้ายมือ สิ่งที่น่าสนใจคือ ประเพณี ใส่บาตรพระอุปคุต ชาวเหนือเชื่อว่าหากเดือนใดมีวันเพ็ญที่ตรงกับวันพุธ หรือที่เรียกว่า “เป็งพุธ” พระอุปคุตจะปลอมเป็นเณรมาบิณฑบาตตอนเที่ยง คืน ชาวบ้านเชื่อว่าหากได้ใส่บาตรพระอุปคุตจะได้บุญมาก จึงมีประเพณี ใส่บาตรตอนเที่ยงคืน

วัดแสนฝาง ถนนท่าแพ ซึ่งในสมัยก่อนเป็นย่านการค้าของพ่อค้าชาวพม่า เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งที่มีศิลปะการก่อสร้างแบบพม่า โดยเฉพาะเจดีย์ที่มี การตกแต่งลวดลายปูนปั้นวิจิตรงดงาม นอกจากนี้ยังมีกุฏิเจ้าอาวาสซึ่งสร้าง มานานกว่า 100 ปี ตามประวัติเล่าว่าพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครอง นครเชียงใหม่ องค์ที่ 7 ให้รื้อที่ประทับของพระเจ้ากาวิโรรสสุริวงศ์ (เจ้า ชีวิตอ้าว) เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 6 มาสร้างเมื่อ พ.ศ. 2420 ครั้น สร้างเสร็จแล้วจึงโปรดให้มีการฉลองใน พ.ศ. 2421

วัดบุพพาราม ถนนท่าแพ เยื้องกับวัดแสนฝาง เป็นวัดคู่เมืองเชียงใหม่ พระ เมืองแก้วโปรดให้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2039 วิหารหลังเล็กซึ่งเป็นเครื่องไม้ศิลปะ ล้านนา หน้าบันเป็นปูนปั้นประดับกระจกแกะลายสลักไม้อย่างงดงาม ส่วน วิหารหลังใหญ่หน้าบันมีลวดลายไม้แกะสลักแบบพม่า เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปหล่อด้วยทองแดงล้วนหนัก 1 โกฏิ อายุ 400 ปีเศษ และ พระพุทธรูปเชียงแสนหล่อด้วยสำริดอยู่ทางด้านซ้ายและขวาอีกหนึ่งคู่ ภายในหอมณเฑียรธรรมประดิษฐานพระพุทธรูปไม้สักขนาดหน้าตักกว้าง 1 วาเศษ มีอายุประมาณ 400 ปี ตามประวัติเล่าว่า สมเด็จพระนเรศวร มหาราช ทรงยกทัพจากเมืองอยุธยาขึ้นมาเพื่อปราบอริราชศัตรูที่รุกราน เมืองเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ.2147 จนทัพศัตรูได้ล่าถอยไปทางเมืองแหงและ เมืองต๋วน สมเด็จพระนเรศวรฯ จึงพักรบและสร้าง “พระพุทธนเรศศักดิ์ชัย ไพรีพินาศ” องค์นี้ขึ้น

วัดป่าเป้า ถนนมณีนพรัตน์ เป็นวัดเงี้ยวแห่งแรกในเมืองเชียงใหม่ สร้างขึ้น เมื่อประมาณ พ.ศ.2426 ชาวเงี้ยว หรือชาวไทยใหญ่ ในสมัยนั้นจะอาศัย อยู่บริเวณย่านช้างเผือก ข่วงสิงห์ ช้างม่อย ฟ้าฮ่าม และวังสิงห์คำ แต่เดิม บริเวณนี้มีต้นเป้าเป็นจำนวนมาก วัดจึงได้ชื่อว่า วัดป่าเป้า ลักษณะของ พระธาตุที่วัดเป็นแบบไทยใหญ่ และวัดยังได้จัดประเพณีปอยส่างลองเป็น ประจำในเดือนเมษายนของทุกปี

วัดช่างฆ้อง สร้างเมื่อ พ.ศ. 1900 ชาวบ้านช่างฆ้องที่อพยพมาจากเชียงแสน ราวต้นรัตนโกสินทร์เป็นผู้สร้างขึ้น ภายในวัดมีหอไตรซึ่งเป็นตึกสองชั้น ตกแต่งด้วยลายปูนปั้นและไม้ฉลุ เป็นศิลปะผสมระหว่างจีนและพม่า ด้าน นอกอาคารมีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระเจ้าสิบชาติฝีมือช่างพื้นบ้าน ซึ่งยังคงสมบูรณ์อยู่ การเดินทาง วัดช่างฆ้องตั้งอยู่ที่ถนนลอยเคราะห์ ติดกับถนนกำแพงดิน จากประตูท่าแพเลี้ยวซ้ายเข้าถนนคชสาร และเลี้ยวซ้ายเข้าถนนลอยเคราะห์ พบสี่แยกแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนกำแพงดิน วัดอยู่ทางด้านซ้ายมือ

เวียงกุมกาม เป็นเมืองโบราณที่พญามังราย (พ่อขุนเม็งราย) ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1829  มีคูเวียงอยู่ 4 ด้านเพื่อไขแม่น้ำปิงให้ขังไว้ใน คูเมือง จากการสำรวจพบว่ามีโบราณสถานที่ปรากฏอยู่ในเวียงกุมกาม และ ใกล้เคียง 2๐ แห่ง ทั้งที่เป็นซากโบราณสถาน และเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำวัด อยู่ โบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่ วัดช้างค้ำ วัดธาตุน้อย วัดอีค่าง วัดปู่เปี้ย วัดธาตุขาว วัดพญาเม็งราย วัดพระเจ้าองค์ดำ วัดเจดีย์เหลี่ยม วัดกู่ป้าด้อม การเดินทาง เวียงกุมกาม อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเชียงใหม่ ประมาณกิโลเมตรที่ 3-4 ถนนซูเปอร์ไฮเวย์ สายเชียงใหม่-ลำพูน หมู่ 2 ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี และอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำปิงด้านทิศตะวันออก จากตัวเมืองสามารถขับรถมาทางตู้ยามหนองหอยและตรงมาจนทะลุแยก เกาะกลางป่ากล้วยตรงต่อไปจนถึงตู้ยามเจดีย์เหลี่ยม หรือ เดินทางด้วยรถ ประจำหมายเลข 12 สายสวนสัตว์-เวียงกุมกาม รถจอดสุดสายที่นี่ เปิด เข้าชม เวลา 8.00-16.00 น. บริการรถม้า 2๐๐ บาท นั่งได้ 4 คน และ รถราง 4๐๐ บาท นั่งได้ 16คน สอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์ข้อมูล เวียงกุมกาม โทร. 053-277-322

วัดเจดีย์เหลี่ยม หรือ เจดีย์กู่คำ ถนนสายเกาะกลางบริเวณเวียงกุมกาม สร้างขึ้นในรัชสมัยของพญามังราย เมื่อ พ.ศ. 1831 เจดีย์องค์นี้ มีฐาน กว้าง 8 วา 1 ศอก สูง 22 วา มีพระพุทธรูปบรรจุอยู่ในซุ้มทั้ง 4 ด้าน ด้านละ 15 องค์ รวม 60 องค์ หลังจากนั้นมาเป็นเวลาหลายร้อยปี วัดนี้ ได้ถูกทอดทิ้งให้รกร้าง จนถึง พ.ศ. 2451 มีคหบดีชาวพม่าคนหนึ่งได้มา เห็นเข้า เกิดความเลื่อมใส ได้บูรณะขึ้นใหม่ โดยให้ช่างชาวพม่าเป็นผู้ดำเนิน การ จึงมีศิลปแบบพม่าเข้ามาแทนที่ศิลปแบบดั้งเดิม คงมีแต่โครงสร้างที่ ยังเป็นรูปเดิมอยู่เท่านั้น

วัดศรีสุพรรณ ถนนวัวลาย พระประธานในพระอุโบสถ (พระเจ้าเจ็ดตื้อ) มีอายุกว่า 5๐๐ ปี สร้างโดยพระเจ้าเมืองแก้ว เป็น “พระพุทธอัศจรรย์” มีพลานุภาพสูงส่ง ทำให้ผู้ไปนั่งสมาธิมีความปิติอย่างรวดเร็ว อุโบสถเป็น สถาปัตยกรรมล้านนา สร้างด้วยคอนกรีตทั้งหลัง ตกแต่งปิดทับด้วยแผ่น อลูมิเนียมและแผ่นเงิน ที่สลักลวดลายหุ้มผนังอุโบสถทั้งหลัง ทั้งด้านนอก และด้านใน นับเป็นอุโบสถเงินหลังแรกของโลกที่นำความภูมิใจมาสู่ชุมชน วัวลาย http://watsrisuphan.org โทร. 053-200-332

วัดพระธาตุดอยคำ ตำบลแม่เหี๊ยะ เดินทางไปตามถนนเลียบคลอง ชลประทาน จะมีป้ายบอกข้ามคลองไปทางตำบลแม่เหี๊ยะ ตามประวัติ เมื่อ พ.ศ. 2509 ว่า ขณะนั้นวัดนี้เป็นวัดร้าง ต่อมากรุแตกชาวบ้านพบ โบราณวัตถุหลายชิ้น เช่น พระรอดหลวง พระหินทรายปิดทององค์ใหญ่ พระสามหมอ (เนื้อดิน) ซึ่งนำมาประดิษฐานไว้ ณ วัดพระธาตุดอยคำ นอกจากนั้นวัดนี้ยังเป็นสัญลักษณ์อีกแห่งหนึ่งของการบินไทยที่ใช้กำหนด พื้นที่ทางสายตา ก่อนที่จะลงจอดที่สนามบิน

ศาลาธนารักษ์1 เลขที่ 52 ถนนราชดำเนิน ตำบลศรีภูมิ รวบรวมและจัด แสดงทรัพย์สินโบราณอันมีค่า ประกอบด้วยเงินตราไทย เครื่องราช อิสริยาภรณ์ รวมทั้งเป็นศูนย์รับแลก-จ่ายแลกเหรียญกษาปณ์และตรวจ พิสูจน์เหรียญกษาปณ์ในภูมิภาคนั้นๆ ตลอดจนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ เหรียญกษาปณ์ และธนบัตรไทย เปิดทำการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 9.00-15.30 น. โทร. 053-224-237ถึง8

พิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณสบันงา ภายในศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ เลขที่ ๑๘๕/๒๐ ถนนวัวลาย ประตูหายยา (ซ้ายมือก่อนถึงสี่แยกไปอำเภอหางดง) จัดแสดงผ้าโบราณกว่า ๑,๐๐๐ ชิ้น ทั้งผ้าพื้นบ้านและจากราชสำนัก เปิด ทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เวลา ๑๐.๓๐-๑๘.๓๐ น. โทร. ๐ ๕๓๒๐ ๐๖๕๕, ๐ ๕๓๒๑ ๕๐๒๖, ๐๘ ๑๘๘๓ ๖๗๑๓

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเชียงใหม่ ถนนอินทวโรรส ตำบลศรีภูมิ เป็นพิพิธภัณฑ์ แสดงพระราชประวัติ การขึ้นครองราชย์ ของพระเจ้าติโลกราช รูปปั้น เกจิอาจารย์ เช่น ครูบาศรีวิชัย หลวงปู่แหวน สุจิณโณ เรื่องราวความเจริญ รุ่งเรืองด้านวัฒนธรรม ประเพณี โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุงานฝีมือช่างล้านนา และแบบจำลองเรื่องราวพื้นบ้าน บริการเครื่องบรรยายประกอบการนำชม ด้วยภาษาไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น จีน และฝรั่งเศส เปิดทุกวัน เวลา ๐๘.๐๐- ๑๗.๐๐ น. สอบถามข้อมูลได้ที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ โทร. ๐ ๕๓๒๒ ๖๐๕๔

ถนนคนเดินเชียงใหม่ อยู่บริเวณประตูท่าแพ ต่อไปยังถนนราชดำเนิน มี เฉพาะคืนวันอาทิตย์ สามารถเดินชม เลือกซื้อของสวยงามได้อย่าง เพลิดเพลิน สองข้างทางเต็มไปด้วยสินค้าที่วางขายหลากหลาย ทั้งของ พื้นเมือง กระเป๋า เสื้อผ้า มีนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างประเทศมา ซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก ส่วนที่ถนนวัวลาย เป็นถนนคนเดินอีกสายหนึ่งมี เฉพาะคืนวันเสาร์

วัดเจ็ดยอด หรือ วัดโพธารามมหาวิหาร ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ สายเชียงใหม่- ลำปาง ห่างจากตัวเมือง ๔ กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๐๒๐ โดยพระเจ้า ติโลกราชกษัตริย์แห่งราชวงศ์เม็งราย สถาปัตยกรรมสำคัญของวัดนี้ ได้แก่ เจดีย์เจ็ดยอด ลักษณะคล้ายกับมหาวิหารโพธิที่พุทธคยาในประเทศอินเดีย ที่ฐานเจดีย์ประดับปูนปั้นรูปเทวดา ด้านนอกพระเจดีย์ก็เช่นกันประดับงาน ปูนปั้นรูปเทวดาทั้งนั่งขัดสมาธิและยืนทรงเครื่องที่มีลวดลายต่างกันไปดูงาม น่าชม สถูปเจดีย์พระเจ้าติโลกราช พระยอดเชียงราย ราชนัดดาได้สืบราช สมบัติแทน และโปรดให้สร้างสถูปใหญ่บรรจุอัฐิของพระอัยกาธิราช และ สัตตมหาสถาน คือสถานที่สำคัญในพุทธประวัติเจ็ดแห่ง ได้แก่ โพธิบัลลังก์ อนิมิตเจดีย์ รัตนจงกรมเจดีย์ รัตนฆรเจดีย์ อชปาลนิโครธเจดีย์ ราชายตน เจดีย์ ปัจจุบันเหลืออยู่ที่วัดเจ็ดยอดเพียงสามแห่ง คือ อนิมิตเจดีย์ รัตนฆรเจดีย์มุจจลินทเจดีย์ วัดนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ คือ ในพ.ศ. ๒๐๒๐ โปรดให้ประชุม พระเถระชั้นผู้ใหญ่เพื่อชำระพระไตรปิฎก ณ วัดโพธารามมหาวิหาร (วัด เจ็ดยอดในปัจจุบัน) ใช้เวลา ๑ ปี จึงเสร็จ นับเป็นการสังคายนาพระไตรปิฎก ครั้งที่ ๘ ของโลก เป็นครั้งแรกของไทย และถือเป็นหลักปฏิบัติของสงฆ์ใน ล้านนา

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ สายเชียงใหม่- ลำปาง ใกล้ๆ กับวัดเจ็ดยอด รวบรวมสิ่งของที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมของ ภาคเหนือไว้ เช่น พระพุทธรูปสกุลช่างสมัยล้านนาต่างๆ และพระพุทธรูป สมัยเชียงแสน เครื่องไม้แกะสลัก เครื่องถ้วยภาคเหนือ เครื่องใช้ในชีวิต ประจำวันของชาวล้านนาและชาวเขาเผ่าต่างๆ ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ของ เชียงใหม่ พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ-อาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. หยุด ช่วงวันสงกรานต์ และวันปีใหม่ ค่าเข้าชม คนไทย ๒๐ บาท ชาวต่างชาติ ๑๐๐ บาท นักเรียน นักศึกษาฟรี สอบถามข้อมูล โทร. ๐ ๕๓๒๒ ๑๓๐๘ หรือ www.thailandmuseum.com

พิพิธภัณฑ์แมลงโลกและสิ่งมหัศจรรย์ธรรมชาติ ที่ตั้ง ๗๒ ถนน นิมมานเหมินทร์ ซอย ๑๓ (ศิริมังคลาจารย์ ซอย ๓) ตำบลสุเทพ รวบรวม แมลงชนิดต่างๆ จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ด้วง กว่าง ผีเสื้อ ตั๊กแตน นอกจากแมลงแล้ว ยังมีซากพืชและสัตว์ดึกดำบรรพ์ต่างๆ และ หินสะสมสวยงามประเภทต่างๆ ไว้ด้วย พิพิธภัณฑ์ฯ นี้มีการรวบรวมพันธุ์ ยุงต่างๆ ในประเทศไทยกว่าสี่ร้อยชนิด ใช้เวลากว่าสี่สิบปี เพื่องานวิจัย ทางการแพทย์ E-mail: insects_museum@hotmail.com โทร. ๐ ๕๓๒๑ ๑๘๙๑ ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๑๐๐ บาท เด็ก ๕๐ บาท เปิดทุกวัน เวลา ๐๙.๐๐- ๑๖.๐๐ น.

วัดสวนดอก หรือ วัดบุปผาราม ถนนสุเทพ วัดนี้แต่เดิมเป็นพระราชอุทยาน ของกษัตริย์ล้านนาไทยสมัยแรกเริ่ม มีสถาปัตยกรรมสำคัญ คือ เจดีย์ ประธานเป็นเจดีย์ทรงกลม กู่บรรจุอัฐิเจ้าตระกูล ณ เชียงใหม่ และวิหารโถง นอกจากนี้ ยังเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าเก้าตื้อ ซึ่งพญาเมืองแก้ว โปรดให้หล่อขึ้น เป็นพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ ศิลปะล้านนาผสมกับ ศิลปะสุโขทัย

วัดอุโมงค์ถนนสุเทพ วัดอุโมงค์สร้างขึ้นในสมัยพญามังรายราว พ.ศ. ๑๘๓๙ เพื่อให้ฝ่ายอรัญวาสีจำพรรษา ต่อมาพญากือนา ทรงสร้างอุโมงค์ขึ้นเพื่อให้ พระมหาเถระจันทร์ใช้เป็นที่วิปัสสนากรรมฐาน อุโมงค์นี้มีลักษณะเป็น กำแพงภายในเป็นทางเดินหลายช่องทะลุกันได้ ภายในอุโมงค์เคยมีภาพ จิตรกรรมฝาผนัง ส่วนใหญ่เป็นภาพดอกบัว ดอกโบตั๋น และ นกต่างๆ เช่น นกยูง นกกระสา นกแก้ว และนกเป็ดน้ำ บริเวณวัดเป็นสวนพุทธธรรม ร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ เหมาะกับการนั่งวิปัสสนา และเป็นสถานที่ดู นกที่ดีอีกแห่งหนึ่ง การเดินทาง จากตลาดต้นพยอม ผ่านสี่แยกคลองชลประทานด้านหลัง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ประมาณ 5๐๐ เมตร เข้าซอยทางด้านซ้ายมือไป ประมาณ 2 กิโลเมตร

ถนนคนเดินเชียงใหม่

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *